ผู้ใช้บริการครั้งแรก รับส่วนลดทันที 5% เพียงกรอกรหัสส่วนลด "FIRSTFIX" มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท แจ้งซ่อมเลย!
ย้อนกลับ

มือใหม่ทาสีบ้านด้วยตัวเอง อ่านครบ งานจบได้ใน 6 ขั้นตอน

26 November 2020

ช่างรู้คู่บ้าน | Home Companion

มือใหม่ทาสีบ้านด้วยตัวเอง อ่านครบ งานจบได้ใน 6 ขั้นตอน

 

เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว..

งานปรับปรุงบ้านยอดฮิตในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น ‘การทาสี’

.

เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีน้ำฝนจากท้องฟ้ามาคอยกวนใจ และยังเป็นช่วงที่อุณหภูมิเหมาะสม อากาศไม่ร้อนเกินไป ความชื้นในอากาศไม่สูงมาก รวมถึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการปรับปรุงบ้านเพื่อต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีใหม่ ที่ใกล้จะมาถึงอีกด้วย!

หลายคนอาจมองว่าการทาสีห้องใหม่ให้บ้านตัวเองนั้น อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและแลดูวุ่นวาย

วันนี้ ‘ช่างอุ่นใจ’ จะมาแชร์วิธีการทาสีสำหรับ #มือใหม่สายDIY ที่ต้องการสร้างสรรค์ผนังบ้านด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ให้สวยงามไม่แพ้ช่างมืออาชีพมาฝากกัน จะเป็นยังไง ไปดูกันเลย!

 

เช็คผนังของบ้านคุณ

.

.

เริ่มที่ขั้นตอนแรกสุด คือ คุณต้องทราบก่อนว่าพื้นผิวของผนังบ้านที่จะทาเป็นแบบไหน

• ผนังเก่า

• ผนังใหม่

• ผนังภายใน

• ผนังภายนอก

เพราะว่าการทาสีผนังบ้านเก่ากับบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ จะมีวิธีการเตรียมพื้นผิว และใช้ผลิตภัณฑ์ทาสีที่แตกต่างกัน 

รวมถึงการทาสีภายใน หรือภายนอกจะใช้สีที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น สีภายนอกจะเน้นไปที่ความทนทานต่อสภาพอากาศ แต่สีภายในจะเน้นเรื่องการทำความสะอาดง่าย ปลอดกลิ่นและสารเคมีต่างๆ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันสีทาบ้านก็มีนวัตกรรมที่เราสามารถใช้สีทาบ้านได้ทั้งภายในและภายนอกให้เลือกซื้อกันแล้ว ง่ายและสะดวกสุดๆ ไปเลย เช่น TOA Supershield Titanium, BegerCool DiamondShield 15 เป็นต้น

‘ช่างนี้ชี้แนะ’ ถึงแม้ว่านวัตกรรมสมัยใหม่จะมีทางเลือกสีที่ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน แต่ช่างอุ่นใจแนะนำว่าให้เลือกใช้สีที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ จะดีที่สุดครับ!

 

เตรียมอุปกรณ์ทาสีต้องใช้อะไรบ้าง?

.

.

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนอกจากสีทับหน้าและสีรองพื้น ได้แก่

1) ลูกกลิ้งทาสี : ใช้สำหรับทาบริเวณพื้นที่กว้างๆ โดยส่วนใหญ่ลูกกลิ้งมีขนาดให้เลือกตามความเหมาะสม 10, 7 เเละ 4 นิ้ว

2) ด้ามต่อลูกกลิ้ง : ใช้สำหรับทาสีในจุดที่อยู่สูงมาก โดยไม่สามารถเอื้อมมือทาถึงได้

3) แปรงทาสี : ใช้สำหรับเก็บรายละเอียดงานทาสีตามขอบมุม มีให้เลือกใช้ตามขนาดตั้งแต่ 1-5 นิ้ว

4) ถังสี : ใช้สำหรับเเบ่งสีจากถังหลักออกมาใช้

5) ผ้าใบปูพื้น : ใช้สำหรับป้องกันสีหยดที่พื้น

6) เทปกาว : ที่ใช้สำหรับป้องกันพื้นที่มุมขอบบริเวณต่าง ๆ เช่น ขอบประตู, ขอบหน้าต่าง หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

โดยเลือกแบบที่ไม่ทิ้งคราบกาวไว้ และเมื่อทาสีเนื้อสีจะต้องไม่ซึมเข้าไปข้างใน

7) เกรียง (สำหรับผนังเก่า) : อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแซะปูนเก่า เกลี่ยรอยโป๊ว ขึ้นลายสี

8) กระดาษทราย : ใช้สำหรับขัดเตรียมพื้นผิวให้เรียบเนียนก่อนทาสีรองพื้น

 

เตรียมพื้นผิวก่อนเริ่มทาสี

.

.

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่า การเตรียมพื้นผิวสำหรับผนังใหม่ และผนังเก่านั้นมีความแตกต่างกัน

• ผนังใหม่ : เช็คค่าความชื้นให้ดีก่อน ด้วยเครื่องวัดความชื้น Protimeter ซึ่งค่าที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 14-16%

• ผนังเก่า : ต้องจัดการปัญหาของผนังเก่าให้เรียบร้อยก่อน โดยแบ่งออกดังนี้

1) สีเก่าหลุดล่อน ให้ทำการแซะลอกสีเก่าด้วยเกรียงออกก่อนให้เรียบร้อย

2) รอยแตก รอยร้าว อุดโป๊วรอยร้าวนั้นให้เรียบร้อย พร้อมขัดด้วยกระดาษทรายให้พื้นผิวเรียบเนียนก่อนทาสีรองพื้น

3) เชื้อรา ตะไคร่น้ำ คราบเกลือ ขัดล้างทำความสะอาด และปล่อยให้พื้นผิวแห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นควรทาด้วยน้ำยากำจัดเชื้อราตะใคร่น้ำ เพื่อป้องกันการเกิดคราบในระยะยาว

 

ทาสีรองพื้น หรือ Primer

.

.

ก่อนที่จะทาสีรองพื้นคุณควรปูผ้าใบรองพื้นให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันสีหยดตามพื้น และทำการใช้เทปกาวป้องกันพื้นที่มุมขอบบริเวณต่างๆ 

ทำไมต้องทาสีรองพื้น?

สีรองพื้นเป็นสีชั้นแรกที่ใช้ทาบนผนังก่อนลงสีทับหน้า เพียง 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับพื้นผิว เช่น เชื้อรา สีซีดหลุดล่อน และจะช่วยยืดอายุสีให้ติดแน่น อยู่ทนนาน สีดูสดใหม่ได้นานกว่าเดิม

หลักในการเลือกสีรองพื้นมี 2 ข้อ ดังนี้

1) การทาสีรองพื้น ต้องดูสภาพปูนของบ้านคุณก่อน ได้แก่

• บ้านปูนเก่าอายุ 5 ปีขึ้นไป > ควรเลือก สีรองพื้นปูนเก่า

• บ้านปูนใหม่อายุ 1 - 2 เดือน > ควรเลือก สีรองพื้นปูนใหม่

• บ้านปูนสดที่เพิ่งฉาบปูนเสร็จใน 2 - 5 วัน > ควรเลือกสีรองพื้น Quick Primer ซึ่งสามารถบนพื้นผิวที่มีความชื้นสูงกว่ามาตรฐานได้เป็นอย่างดี

‘ช่างนี้ชี้แนะ’ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สีรองพื้นอเนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้กับพื้นผิวปูนทุกชนิด ทั้งปูนเก่า ปูนใหม่ และปูนสด ซึ่งจะช่วยให้ #มือใหม่สายDIY ทาสีได้อย่างไม่ดาย ไม่ยุ่งยาก

2) เลือกสูตรสีรองพื้น

• สีรองพื้นสูตรน้ำ : กลิ่นอ่อนไม่ฉุน เหมาะกับผนังภายใน ใช้งานง่ายกว่า แห้งเร็วกว่า ทาสีทับหน้าได้เร็วกว่า 

• สีรองพื้นสูตรน้ำมัน : มีกลิ่นที่ฉุนกว่า แต่ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับสูตรน้ำ ‘สูตรน้ำมัน’ จะมีคุณภาพมากกว่า จึงเหมาะกับผนังภายนอกมากกว่า

• สีรองพื้นแบบสีใส : เหมาะกับพื้นผิวที่สีเก่าไม่มีปัญหาอะไร 

• สีรองพื้นแบบสีขาว : เหมาะกับผู้ที่ต้องการจะกลบรอยปัญหาต่างๆ จากพื้นผิวเดิม สามารถเลือกได้ตามสภาพผิวเลยครับ

 

ทาสีทับหน้า

.

.

ในขั้นตอนนี้ถือว่าเป็น ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะการเตรียมการทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็เพื่อให้ขั้นตอนนี้มีประสิทธิภาพ ให้การทาสีห้องของคุณออกมาดีที่สุดนั่นเอง

‘ช่างนี้ชี้แนะ’ คุณควรทำการทาสีทับหน้า 2 ครั้ง เพื่อให้การทาสีมีคุณภาพมากที่สุด

เมื่อทาสีรองพื้นทิ้งไว้อย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงแล้ว จึงค่อยทำการทาสีทับหน้าที่คุณได้เตรียมไว้ 1 ครั้งก่อน โดยทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วทาสีในครั้งที่ 2 ทับไปอีกครั้ง 

 

เก็บรายละเอียดงานให้เรียบร้อย

.

.

เมื่อสีทับหน้าที่ทาไว้ได้แห้งสนิทแล้ว ให้ลอกเทปกาวออก และทาสีเก็บมุมขอบต่างๆ ให้เรียบร้อยเพื่อให้งานออกมาเนี๊ยบที่สุด

ในที่สุดคุณก็จะได้ห้องใหม่ ในสไตล์ที่ใช่ ด้วยฝีมือการทาสีของตัวเอง ได้เก็บไว้เป็นความทรงจำ ซึ่งการทาสีบ้าน เป็นสิ่งที่คุณเองก็สามารถทำได้ เพียงแค่ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีให้ถูกประเภท และต้องเข้าใจกระบวนการ เข้าใจขั้นตอนการทาสีที่ถูกต้อง

 

แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลา หรือลองทาสีด้วยตัวเองแล้ว แต่ต้องการผู้ช่วยมาดูแล ให้ทีมช่างอุ่นใจ 24 FIX ทีมทาสีมือหนึ่ง งานได้มาตรฐาน จองบริการได้ที่ : www.24fix.co

 

#มือช่างที่คุณวางใจ

#คิดซ่อมบ้านคิดถึง24FIX

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

LINE : @24fix หรือ http://nav.cx/hFKUxZl

Facebook Chat : m.me/24fixco

☎ ศูนย์บริการสุขภาพบ้าน

Call center : 02-114-7052

 

#24FIX

#maintenanceservicesolution

#งานซ่อมมาตรฐานบริการประทับใจ